เข้าระบบ ปรับแต่งเว็บไซต์ เข้าระบบ อีเมล์ PROWEB ซอฟแวร์คุณภาพ
Home
History
Dhamma
Project
The 'New Home for Tigers'
How you can help
Visiting Informaton
Brochure
หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
สถานที่สำคัญในวัด
เถระวาจาหลวงตาพระมหาบัวฯ
พระอาจารย์ภูสิต (จันทร์) ขันติธโร - เจ้าอาวาส
ชีวิตและงาน
เพราะหนังสือเล่มนี้จึงมีพระภิกษุ- รูปหนึ่งเกิดขึ้น
บทสัมภาษณ์
เวลาแห่งเมตตาธรรม
ขันติธโรวาท/เทศน์
วัดแรกที่ท่านสร้าง
วันปีใหม่/วันเกิดพระอาจารย์ฯ
เรื่องเล่าวัดเสือ
วัดเสือกับศาสนภารกิจในประเทศ
วัดเสือกับศาสนภารกิจที่ออสเตรีย
วัดเสือกับศาสนภารกิจที่อเมริกา
วัดเสือกับศาสนภารกิจที่ออสเตรเลีย
วัดเสือกับศาสนภารกิจที่แคนาดา
วัดเสือกับศาสนภารกิจที่สาธาณรัฐ-เช็ก
วัดเสือกับศาสนภารกิจที่เยอรมนี
วัดเสือเยือนสาธารณรัฐประเทศจีน
ข่าวของเรา
ในประเทศ
ต่างประเทศ
วิทยุ FM 93.25
การก่อตั้งและการพัฒนา
ผังรายการวิทยุฯ
หลวงตาฯ กล่าวถึงวิทยุของเรา
หนังสือพิมพ์ของเรา
นิตยสารของเรา "น่านฟ้า"
เสือของเรา
แนะนำตัว
ขอพูดบ้าง
คำถามน่ารู้
คำถาม-ถามบ่อย
เรื่องน่ารู้-ธรรมะ
เรื่องน่ารู้อื่น ๆ
เพื่อนเสือ
Volunteer/Vet Volunteer
แผนที่ - การเดินทาง
ติดต่อเรา
รับบริจาค
 
 

ประวัติวัติ


วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ)
เถระวาจา หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน


(เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด; ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑)
 แถวนี้มีป่าดีจริงๆ แล้วก็มีวัดกรรมฐานตั้งอยู่เป็นย่านๆ ไป เริ่มตั้งแต่วัดเสือนี้ไป เลยกลายเป็นวัดเสือไปเลย  ท่านจันทร์นี้เป็นพระวัดป่าบ้านตาด เป็นคนคลองด่าน สมุทรปราการ อยู่นี่(วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี)หลายปี ออกจากนี้ไปก็ไปอยู่ทองผาภูมิ(วัดเดิมของท่าน -วัดป่าถ้ำภูเตย กาญจนบุรี พ.ศ.2528) เราก็คอยฟังเสียง จากนั้นเขาก็มาถวายที่(พ.ศ 2537)  ที่เป็นวัดเสืออยู่ทุกวันนี้เนื้อที่ก็กว้างอยู่ เราก็พิจารณาดูย่านกรรมฐานภาวนา เห็นว่าที่นั่นว่างมากไม่ค่อยมีพระกรรมฐานไปอยู่ เลยให้ท่านจันทร์ วัดเสือ มาปรึกษาหารือท่านก็พอใจรับ คือท่านอยู่ทางทองผาภูมิ พระวัดท่านก็มีผู้ดูแลรักษาดีอยู่ ว่าอย่างนั้น เราก็เลยปรึกษาหารือพร้อมกับการนิมนต์ท่านมาอยู่ที่นั่น จึงได้เป็นวัดเสือขึ้นมา เรื่องราวเป็นอย่างนั้น

คือใครจะถวายที่ที่ไหนก็ตามเราไม่ได้รับสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะรับเพื่อประโยชน์แก่ชาติศาสนาจริงๆ รับที่ไหนแล้วต้องเป็นภาระหนัก ไม่ได้รับทิ้งๆ ขว้างๆ อะไร ก็เลยรับ พอตั้งสมภารเลยกลายเป็นสมภารสัตว์สมภารเสือไปหมดท่านจันทร์ ท่านจันทร์เป็นเจ้าอาวาสเสือ จังหวัดกาญจนบุรี สัตว์ทุกประเภทเต็มอยู่ในวัดนั่นนะ อันนี้มันก็ขึ้นอยู่กับนิสัยวาสนาเหมือนกัน ท่านจันทร์ท่านบวชมาท่านก็ไม่ได้บวชมาหาสัตว์หาเสืออย่างนี้นะ ท่านบวชมาหาอรรถหาธรรม เข้าเสาะแสวงหาครูอาจารย์หาแต่อาจารย์สำคัญๆ เช่นอย่างมาอยู่วัดป่าบ้านตาด ส่วนวัดป่าบ้านตาดจะสำคัญหรือไม่สำคัญอะไรบ้างก็แล้วแต่เถอะ ท่านมาอยู่นี้หลายปี ห้าหกปีหรือไง ทุกอย่างไม่มีที่ต้องติ การประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัยเรียบเลย จึงได้ไปอยู่ทางนู้น เขาถวายที่ก็เห็นว่าที่นั่นว่าง พระกรรมฐานไม่ค่อยมีก็พอดีได้โอกาสที่ท่านจันทร์อยู่แถวนั้น ท่านจันทร์มาหาก็เลยปรึกษาหารือพร้อมกับมอบวัดให้ ท่านก็พอใจรับ ตั้งแต่นั้นมาจึงเป็นวัดเสือ- วัดป่าหลวงตาบัว เขาเขียนไว้ข้างทาง วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ

 

 

         

   ดูว่าเขาลาดยางแล้วนะ ไปเที่ยวที่แล้วนี้ดูว่าลาดยางแล้วนะ (ลาดแล้วครับ) นี่ก็ผู้ว่าราชการจังหวัดเมืองกาญจน์ เราแน่ใจว่าผู้นี้เป็นผู้นำว่าอย่างนั้นเถอะ ที่ลาดยางเข้าไปหาวัดเสือนี้ ลาดตั้งแต่ถนนใหญ่เข้าไป ดูจะประมาณสองกิโล ดี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่ที่เมืองกาญจน์เป็นลูกศิษย์ ไปคราวที่แล้วดูว่าลาดแล้ว นี่ก็เป็นนิสัยวาสนาของแต่ละองค์หรือแต่ละบุคคล เช่นอย่างวัดเสือ ท่านจันทร์ท่านบวชมาเพื่อมาปฏิบัติบำรุงรักษาเสือเมื่อไร แต่มันหากมีความจำเป็นที่แทรกเข้ามาๆ

             เบื้องต้นก็มีใครเอาสัตว์อะไรมาปล่อย ท่านก็ไม่ได้ไปหามาปล่อย แต่เขาเอาไปถวายท่าน ท่านก็เห็นว่ามันเป็นที่ว่าง เป็นทำเลที่ปลอดภัยตลอดสัตว์ทั้งหลาย เกี่ยวกับเรื่องอาหารก็สะดวกคงจะเป็นอย่างนั้น เขาเอาวัวควายไปถวายท่าน ให้ท่านตั้งใจเสาะแสวงหามาเลี้ยงเองเมื่อไร ไม่มีล่ะ เราเชื่อทันที นี่ก็จำเป็นต้องได้รับ ครั้นรับแล้วสัตว์หลายประเภทเข้ามาที่นั่นๆ รวมเข้าไปจนกระทั่งมีแต่สัตว์ในป่าแท้ๆ ม้าป่าเราก็ไม่เคยเห็น ได้ยินว่ากระทิงวัวแดงอะไรนี้เราก็เคยได้ยินในดงบ้านตาดก็มีเยอะ อันนั้นก็ลงมากระทิงวัวแดงก็มาจากเขานี้ ว่างั้น อันนี้เราเคย แต่ม้าป่าเราไม่เคยได้ยิน ก็อยู่ที่นั่น แล้วถาม นี่ก็มาจากป่า ลงมาเลย นี่แปลกอยู่นะ

            ท่านก็เลยเลี้ยงดู ท่านตั้งใจบวชมาหาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสืออะไร ท่านไม่มีนะเจตนาเดิม ความจำเป็นมันหากแทรกเข้ามาๆ ทีแรกก็ดูว่าพวกสัตว์พวกเนื้อ ครั้นต่อมาก็มีพวกเสือ เสือเข้ามามาให้ท่านเลี้ยง ทีนี้ค่อยลุกลามไปนะ พวกนกยูง พวกหมู หมูนี่หลายร้อยตัว มันก็เป็นเองของมันจะให้ทำอย่างไร ตอนเช้าหมูมันลงมา

            แรกจริงๆ คือหมูตัวหนึ่งจะถูกเขาทำร้ายหรืออะไร ถูกตีเอวหรือเป็นบาดเป็นแผล เป็นสัตว์พิการ หมูตัวเดียวเป็นต้นเหตุ จึงน่าคิดนะ เขาจะไปส่งข่าวให้ท่านทราบได้อย่างไร หมู..ภาษาสัตว์เขาก็มีประจำเขาถ้าเป็นอย่างนั้น เรามาจับจุดนี้ละ แล้วหมูเป็นหมูโทนตัวเดียวถูกเขาทำร้าย มันก็ลงมาวัด ท่านจัดอาหารให้เขากิน ท่านสงสารไปเห็น โอ้อย่างไรกันนี่ เลยจัดอาหารเลี้ยงหมูตัวนี้ละ หมูโทนหมูตัวเดียว หมูทอกหมูโทนหมูตัวเดียว อันเดียวเรียกว่าทอก โทน อย่างวัดภูทอก มีเขาลูกเดียววัดภูทอก ถ้าเป็นหมูก็หมูทอกหมูโทน  ท่านก็เลี้ยงดูจนเขาหายแล้วเขาก็ขึ้นไปจากวัด

           เพื่อนฝูงไม่ทราบอยู่ที่ไหนมาดั้งเดิมไหลกันลงมา มากินอาหารกับท่าน ท่านเลยต้องจัดเป็นการเป็นงานจริงๆ มันไหลมาไม่ใช่น้อยๆ เป็นร้อยๆ หมูป่า ไหลลงๆ ท่านเลยต้องจัดเอาจริงๆ นะ จัดเป็นการเป็นงานขึ้นมา จัดอาหารเลี้ยงหมู แล้วหมูเป็นร้อยๆ เอาทีนี้นกยูงก็มา อันนั้นก็แบบเดียวกันอีก ยั้วเยี้ยๆ เลยเลี้ยง แล้วสัตว์อะไรต่ออะไรอยู่ในป่ามาๆ จึงได้เห็นสัตว์ป่าธรรมชาติแท้ๆ นี้เขาอยู่ในป่าเขามาอาศัยคน เวลามีที่อาศัยเขาก็ลงมาอาศัย ถ้าไม่มีที่อาศัยเขาก็อยู่ตามป่าโดยหลักธรรมชาติของเขา

           ขอสรุปความเลยว่าสัตว์ส่วนมากที่เอามาเลี้ยงไว้นี้มีแต่สัตว์ป่านะ คนเอามาเลี้ยงแล้วก็เลยกลายเป็นสัตว์บ้าน ทีนี้เลยเห็นว่าสัตว์อยู่ในป่าในเขาว่าเป็นสัตว์ป่าๆ เถื่อนๆ ที่ไหนได้ จากป่ามาเป็นสัตว์บ้าน พวกวัวพวกควายเหล่านี้ ควายป่าก็มีเยอะ ธรรมชาติแท้มันเป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นแหละ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยวาสนาของท่านของเรานะ เป็นเอง

           อย่างที่วัดเสือนี่เหมือนกัน ท่านจันทร์ท่านบวชมาเพื่อตั้งหน้าตั้งตามาทำงานในการเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายมีเสือเป็นต้นเมื่อไร ท่านไม่ได้มี แต่เวลามาอยู่แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นละ พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยมาก่อน พวกหมู นกยูง แล้วก็สัตว์บ้าน เขาเอาไปปล่อยไว้นั้น แล้วค่อยกระจายออกๆ สุดท้ายเลยหมูทั้งภูเขาลงมาหมดไม่ทราบกี่ร้อย นกยูงไม่ทราบกี่ร้อยลงมา สุดท้ายพวกกระทิงวัวแดงลงมา เป็นสัตว์ป่าๆ ทั้งนั้นล่ะมา ม้าป่าก็ได้เห็นในวัดนั้น มันมาเองท่านว่าอย่างนั้น ลงมาจากเขา

           จึงได้ทราบว่า โอ๋ สัตว์เหล่านี้ดั้งเดิมเขาเป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นที่เอามาเลี้ยงไว้ในบ้านในเรือน เอามาจากป่าทั้งนั้นแหละ มันเป็นสัตว์ป่า ไม่ใช่เป็นสัตว์บ้านโดยธรรมชาติ สัตว์ป่าโดยธรรมชาติถูกต้องดี วัดท่านจันทร์จึงเป็นวัดเลี้ยงสัตว์เต็มไปหมดเลย ท่านไม่มีเจตนาแต่มันก็เกี่ยวโยงกันมาเรื่อย สัตว์แต่ละประเภทๆ เขามีเพื่อนมีฝูง ยกตัวอย่างคือหมูตัวเดียวนี้เป็นสัตว์พิการถูกเขาทำลาย มันไม่มีที่ไปมันก็คืบคลานลงมา เลยเลี้ยงอาหารมัน จนกระทั่งมันหาย โรคก็หาย เป็นแผลหรืออะไรหายแล้วมันก็ขึ้นไปเรียกเพื่อนฝูงมาเต็มไปหมด หลังจากตัวใหญ่นี้ไปตัวเดียวไม่นานนะหลั่งไหลลงมาหมูป่า ทีนี้เลยกลายเป็นร้อยๆ เลย อย่างนั้นแหละ เขาจะไปส่งข่าวอะไรไม่ทราบนะ ตัวนี้ละตัวสำคัญ ตัวสื่อสารสำคัญ แล้วหมูเป็นร้อยๆ ลงมา ทีนี้เลยต้องเป็นภาระเลี้ยงดูจัดอาหารการกิน ต่อมานี้ฝรั่งเขามาช่วยก็เลยกำลังหนุนขึ้น สะดวกในการเลี้ยงดูสัตว์ อาหารเขาจัดมาให้ๆ มีอาหารหลายประเภทอยู่ที่นั่น

           พวกเสือนี้ดูมัน ๑๙ หรือ ๒๐ ตัว (๑๘ ตัวครับ) นั่นละเสือ ๑๘ ตัวอยู่ในกรง ท่านทำเป็นโรงยาวๆ ไว้ให้สัตว์อยู่ในกรงเต็มอยู่ในนั้น เห็นเราไปเขาจะวิ่งฉากนะ เป็นกรงเหล็ก ข้างนอกเป็นช่องเราก็ไปตามช่อง ดูเขาเดินฉากไปฉากมา เวลามันตบเราไม่รู้นะ เร็วจริงๆ เราก็ไปเซ่อๆ ของเรา เพลินดูสัตว์ไป เสือมันก็ผ่านไปผ่านมา แล้วปุ๊บข้างหลังนี่ มันตบหลังเรา แต่มันไม่ใช้เล็บ มันทำหยอกเฉยๆ มันเป็นช่องเหล็กๆ มันออกมาเมื่อไรเรายังไปเซ่อๆ นะ ปั๊วะเข้าที่หลังนี่เลย พอรู้สึกเจ็บนิดหน่อย แต่ไม่ได้ออกจากเจตนาของมัน มันตบเล่นเฉยๆ มันไม่ได้ใช้เล็บ ปั๊วะเข้านี่เลย เรามองไปมันก็เดินฉากไปนู้น โอ๋ มึงตบหลังกูเหรอ เออ กูยอมรับกูเซ่อ มันตบเร็วนะ มันออกช่องนี่ปั๊บ มันตบเราปุ๊บเลย ไม่ใช้เล็บ น่ารักนะ ตบเร็ว

           นี่ก็เป็นวัดเสือไปแล้ว สุดท้ายวัดเสือนี่กลายเป็นวัดสัตว์ทุกประเภทเต็มอยู่นั้นละ มันมากต่อมาก มาเองนะ ลงมาจากภูเขา จึงรู้ว่าสัตว์เหล่านี้ธรรมชาติเดิมเขาเป็นสัตว์ป่าทั้งนั้นแหละ เข้ามาอาศัยคน เช่นวัดท่านจันทร์ ถามดูตัวไหนๆ มีแต่ออกมาจากป่า คนที่เอามาปล่อยให้ก็มี ครั้นต่อมามันเป็นสัตว์ป่าลงมาๆ เต็มไปหมดนั่นแหละ เดี๋ยวนี้ก็ดีอย่างหนึ่งมีพวกฝรั่งเขาให้อาหาร เบาภาระลงมาก พวกฝรั่งเขาให้อาหาร เบาภาระในการเลี้ยงดูลงมากมายทีเดียว ที่กว้าง เดี๋ยวนี้กว้างขวางมาก แต่เนื้อดินของวัดไม่ค่อยดี ดูต้นไม้ไม่ค่อยสดชื่นเท่าไรนัก

๒๕๓๗

วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๗
พระอาจารย์จันทร์ได้เข้าไปกราบนมัสการหลวงตาฯที่สำนักสงฆ์สวนแสงธรรม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เพื่อพาคณะศิษย์อันประกอบด้วย ผู้พิพากษา ทนายความ แพทย์ วิศวกร ตำรวจตระเวนชายแดน ราษฎรในพื้นที่พร้อมด้วยเจ้าของที่ดิน ไปดูสถานที่ที่ได้รับการถวายเป็นครั้งแรก และได้เข้าไปสำรวจอีกหลายครั้ง ซึ่งการเดินทางครั้งนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากยังไม่มีเส้นทางถนนเข้าสู่พื้นที่โดยเฉพาะ ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน แต่ทางคณะฯ ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ จัดทำผัง ถ่ายรูป และหาข้อมูลที่ต้องการ

สภาพพื้นที่โดยธรรมชาติเป็นที่ลาดเอียงเล็กน้อย มีเนินเขา ๓ ลูกต่อเนื่องกัน ตั้งอยู่ค่อนไปทางทิศตะวันออก ทิวทัศน์โดยรอบจะมองเห็นทิวเขารายรอบอยู่ไกล ๆ ลักษณะของดิน ดินชั้นบนมีสีค่อนข้างน้ำตาล-แดง ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินขาวและหินปูน ต้นไม้มีขนาดเล็ก ต้นไม้ใหญ่ไม่ค่อยมีเพราะถูกโค่นถางไปก่อนแล้ว มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่บ้าง เช่น กระต่าย ไก่ป่า เสือดำ ฯลฯ บริเวณข้างเคียงเป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง มีหมู่บ้านพุไม้แดงอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกประมาณ ๓ กิโลเมตร
พระอาจารย์จันทร์และคณะศิษย์พิจารณาแล้วเห็นว่าภูมิประเทศเหมาะสมที่จะสร้าง วัดทั้งยังได้ผนวกพื้นที่เนินเขา ๓ ลูกที่ติดกับที่ดิน ๑๐๐ ไร่เศษนี้ด้วย ชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านต่างก็อนุโมทนา เนื่องจากยังไม่มีวัดป่าอยู่ในละแวกนั้น หากมีวัดตั้งอยู่จะเป็นการช่วยอนุรักษ์ป่าจะได้มีการปลูกป่าฟื้นฟูสภาพป่า ต่อไป. พระอาจารย์จันทร์ได้กราบเรียนหลวงตาฯ ตามสภาพความเป็นจริงที่ได้พบมา หลวงตาฯจึงได้มอบหมายให้พระอาจารย์จันทร์เป็นผู้ดำเนินงานจัดสร้างวัดในสถาน ที่แห่งนี้ และถ้ามีปัญหาอย่างใดท่านพร้อมที่จะให้คำปรึกษาแนะนำ โดยสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดนรนาถสุนทริการาม เทเวศร์ กรุงเทพฯ ได้เมตตารับเป็นองค์อุปถัมภ์ ต่อมาพระอาจารย์จันทร์ได้เข้าไปปักกลดในพื้นที่ที่จะสร้างวัดและร่วมกับ ราษฎรเริ่มพัฒนาพื้นที่โดยการปรับพื้นที่สร้างศาลาขนาดเล็กมุงด้วยแฝก กุฏิชั่วคราว ห้องน้ำ และขุดสระน้ำโดยนำดินที่ขุดขึ้นมาใช้ทำถนนเป็นทางเข้าวัด จากสภาพพื้นที่ที่ค่อนข้างกันดารไม่มีแหล่งน้ำ ได้มีชาวบ้านซึ่งมีความศรัทธาได้ใช้รถบรรทุกน้ำมาถวายเพื่อใช้ทุก ๒ วัน ต่อมาศิษย์และพระลูกวัดจากวัดป่าถ้ำภูเตย ได้มาช่วยในการพัฒนาวัดและออกบิณฑบาต โปรดชาวบ้านในหมู่บ้านพุไม้แดง ซึ่งอยู่ห่างออกไป ๓ กิโลเมตร ทุกวัน

 

วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๓๗
ที่วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี หลวงตาฯได้เมตตาประทานปัจจัย จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เป็นมงคลเบื้องต้น โดยมอบให้พระอาจารย์จันทร์เพื่อดำเนินการสร้างวัดป่าฯ และท่านได้กล่าวเพิ่มเติม "ทุกอย่างได้มอบให้หมดแล้ว ทั้งที่ดินและชื่อวัด ทั้งเงินทุนเริ่มแรกไปดำเนินปฏิปทาครูบาอาจารย์ให้ตรงให้ถูกต้อง" ซึ่งในเวลาต่อมา หลวงตาฯ ยังให้เมตตามอบปัจจัยเพิ่มเติมในการดำเนินการฯ ดังนี้ :

 

อีก ๑ ปีต่อมา ในวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๓๘ หลวงตาฯ มอบปัจจัยดำเนินการ ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และปีถัดมา ในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หลวงตาฯ มอบปัจจัยดำเนินการ ๓๐๖,๕๖๔ บาท รวมเป็นปัจจัย ทั้งหมดทั้ง ๓ ครั้ง ของทุนเริ่มแรก ๒,๓๐๖,๕๖๔ บาท

วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗
น.พ.สมศักดิ์ วัฒนศรี ได้เป็นตัวแทนของคณะศิษย์ฯ ได้เข้ากราบเรียนหลวงตาฯ ณ สวนแสงธรรม ถึงความคืบหน้าในการสร้างวัดฯ และขอประทานชื่อวัด หลวงตา จึงให้ชื่อวัดโดยสมบูรณ์ว่า" วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน"

๒๕๓๘

วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
ห ลวงตาฯได้มีเมตตาเดินทางมาเยี่ยม วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เป็นครั้งแรก และได้ปลูกต้นโพธิ์ไว้ที่วัด ๑ ต้น เป็นปฐมฤกษ์ ท่านได้ปรารภว่า "นี่สร้างวัดนี้แล้ว มันก็เป็นประโยชน์กว้างขวางเป็นหัวใจคน คือ วัดเป็นหัวใจชาวพุทธเรา ที่นี่เป็นที่เหมาะสมด้วยการเข้าออก ไม่ลำบากลำบน ภาวนาสบาย ๆ"

 

วันที่ ๑๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
ข้าราชการ พลเรือน ตชด. และอาจารย์ คณะนักศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้ร่วมกันปลูกป่าขึ้นเป็นครั้งแรก

วันเสาร์ที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘
คณะศิษย์ได้จัดให้มีการทอดกฐินขึ้นเป็นปีแรก

๒๕๓๙

จัด ทำโครงการสร้างเสริมพระเกียรติคุณพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ร่วมเทิดพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ สมบัติครบ ๕๐ ปี

วันที่ ๙-๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
ทางวัดฯ และค่ายพระพุทธยอดฟ้า จังหวัด กาญจนบุรี ได้ร่วมกันจัดโครงการบรรพชาและอุปสมบท ตชด. จำนวน ๒๖๓ รูป ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระศรีนครินทร์บรมราชชนนี โดยจัดบรรพชาและอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดนรนาถสุนทริการาม เทเวศร์ กรุงเทพฯ เสร็จแล้วเดินทางมาฝึกปฏิบัติธรรมที่วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน

วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
ข้าราชการ พลเรือน ตชด. และอาจารย์ คณะนักศึกษา ได้ร่วมกันปลูกป่าเพิ่มเติม ในโอกาสวันวิสาขบูชา

วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
เป็นวันอุดมมงคลที่หลวงตาฯได้เมตตาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อ "พระพุทธกาญจนาภิเษก" พระพุทธปฏิมาประธานแห่งวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ณ สำนักสงฆ์สวนแสงธรรม พุทธมณฑลสาย ๓ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ซึ่งที่มาแห่งองค์พระพุทธปฏิมาประธานนี้มาจาก ฯพณฯ ดร.เชาวน์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรีได้แจ้งให้พระอาจารย์ภูสิต (จันทร์) ขันติธโร เจ้าอาวาสทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างพระพุทธรูปประธานขนาด ใหญ่พระราชทานแด่หลวงตาฯ (เป็นชื่อที่นิยมเรียกในหมู่ศิษย์ของพระราชญาณวิสุทธิโสภณ) เพื่อเป็นการบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วนพระองค์ โดยได้กำชับให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด และทางอธิษฐานให้หายจากพระอาการประชวรด้วยโรคทางพระหทัย พร้อมกับพระราชทานนามว่า "พระพุทธกาญจนาภิเษก" การนี้ทรงมีพระกรุณาโปรดเล้าฯ ให้จัดหานายช่างออกแบบและควบคุมการหล่อเป็นพิเศษ เพื่อให้งานสร้างพระพุทธรูปเสร็จตรงตามพระราชประสงค์ทุกประการ

วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
หลวงพ่อพระอาจารย์จันทร์ ได้อัญเชิญพระพุทธกาญจนาภิเษก จากโรงหล่อไปประดิษฐาน ณ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน

๒๕๔๑

วันที่ ๑ เมษายน- ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
โครงการบรรพชา - อุปสมบทถวายเนื่องในโอกาส ๙๐ ปี สมเด็จพระมหาเมนุวงศ์ และ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่บรมราชวงศ์จักรีไทย ครบ ๒๑๖ ปี โดยข้าราชการกองทัพเรือและพุทธศาสนิกชนทั่วไป

วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
หลวงพ่อพระอาจารย์ภูสิต (จันทร์) ขันติธโร และ คณะศิษย์ฯ โดยคุณหมอสมศักดิ์ วัฒนาศรีได้เดินทางไปถวายทองคำหนัก ๑๐๘ บาท แด่หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ณ วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี เพื่อนำเข้าโครงการช่วยชาติโดยหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

 

 

.........................................................................................
 ทั้งหมด 5 รายการ

จำนวน 1 หน้า: 1

ที่มาของชื่อวัด
น.พ.สมศักดิ์ วัฒนศรี ได้เป็นตัวแทนของคณะศิษย์ฯ ได้เข้ากราบเรียนหลวงตาฯ ณ สวนแสงธรรม ถึงความคืบหน้าในการสร้างวัดฯ และขอประทานชื่อวัด หลวงตา จึงให้ชื่อวัดโดยสมบูรณ์ว่า "วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน"

ศาลาเมตตาท่านเจ้าคุณมหาบัว

ศาลาเมตตาท่านเจ้าคุณมหาบัว ญาณสัมปันโน ๘๔ ปี
(อาคารประดิษฐานพระพุทธกาญจนาภิเษก)
ลักษณะ เป็นอาคารชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์ยกใต้ถุนสูงเช่นเดียวกับวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ใต้ถุนสามารถใช้ประโยชน์และมีถังเก็บน้ำฝนจำสวน ๘ ถัง โดยสร้างเป็นอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูน โดยเน้นความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ สวยงามเรียบง่าย เข้ากับสภาพธรรมชาติ

ประวัติพระพุทธกาจนาภิเษก

ประวัติพระพุทธกาจนาภิเษก
วันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

เป็นวันอุดมมงคลที่หลวงตาฯได้เมตตาเป็นประธานในพิธีเททองหล่อ "พระพุทธกาญจนาภิเษก" พระพุทธปฏิมาประธานแห่งวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ณ สำนักสงฆ์สวนแสงธรรม พุทธมณฑลสาย ๓ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

หลวงตาฯเยี่ยมวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน
หลวงตาฯ ได้กล่าวว่า…
"ที่ไหนไม่มีวัด ถึงบ้านเมืองจะกว้างขวางขนาดไหนก็ตาม มันไม่ชุ่มเย็นนะ สำหรับชาวพุทธเราจิตใจอยู่กับอรรถกับธรรม ไม่ได้อยู่กับวัตถุสิ่งของโดยฝ่ายเดียว วัตถุสิ่งของช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าไม่ใช่จิตกับธรรมเป็นเครื่องหนุนเป็นแกนไว้นะ จิตกับธรรมนี้เป็นแกนไว้ สิ่งเหล่านั้นมันเป็นบริษัทบริวารของใจ ใจเป็นเรื่องใหญ่โตมาก ถ้าใจ เอนเอียงไปเสียแล้วไม่มีที่เกาะแล้ว ล้มเหลว ไปหมด

หลวงตาปลูกต้นโพธิ์
วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๘
หลวงตาฯได้มีเมตตาเดินทางมาเยี่ยม วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เป็นครั้งแรก และได้ปลูกต้นโพธิ์ไว้ที่วัด ๑ ต้น เป็นปฐมฤกษ์
 จำนวน   1 หน้า : 1

 

Update: 2010-03-06
 

 
 
© http://www.tigertemple.org | Online 6 User | Hit : 5094430 | Since 2009 (3 rd Update)